From Coder to Leader: Transitioning to Tech Management Roles

 

 

สำหรับ Tech Talents ที่ได้พิชิตโลกแห่งการเขียนโค้ดแล้ว โอกาสใหม่ ๆ ที่มีความท้าทายมากขึ้นอีกระดับในเส้นทางอาชีพอย่างหนึ่งคือการโยกย้ายมาทำงานในสาย Management ซึ่งถึงแม้อาจฟังดูเป็นเรื่องที่น่ากลัวเพราะมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น แต่จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าตื้นเต้นอย่างมาก เรามาดูกันว่าถ้าคุณมีความคิดหรือต้องมาทำงานสาย Management จะต้องทำอย่างไรบ้าง ! 

เปลี่ยนความคิดของคุณใหม่ 

การเปลี่ยนมาเป็นผู้จัดการจำเป็นต้องเปลี่ยนกรอบความคิด คุณไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ความสามารถในการเขียนโค้ดของคุณเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ตอนนี้ความสำเร็จของคุณคือการเสริมศักยภาพให้กับทีมและนำพาทีมให้ประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ซึ่งนั่นหมายความว่า:

เป้าหมายของทีมมาก่อนเป็นอันดับแรก: แม้ว่าความเชี่ยวชาญทางเทคนิคของคุณยังคงมีคุณค่า แต่เป้าหมายหลักของคุณนับจากนี้ไปคือการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานร่วมกันที่จะช่วยให้ทุกคนในทีมเจริญก้าวหน้าโดยมีเป้าหมายร่วมกัน ซึ่งนี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการทำงานในตำแหน่งระดับ Management 

คุณต้องพัฒนาทักษะการสื่อสาร: การสื่อสารที่ชัดเจนและรัดกุมเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง คุณจะต้องกำหนดเป้าหมายของทีมให้แน่ชัด มอบหมายงานอย่างมีประสิทธิภาพ และให้ข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์แก่ทีมของคุณเมื่อพบเจอปัญหา 

คุณต้องเชื่อใจลูกทีม: การที่จะปล่อยมือให้คนในทีมรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายอาจเป็นเรื่องยากเพราะคุณอาจกังวลถึงคุณภาพของงาน แต่ความไว้วางใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้จัดการ คุณควรมอบหมายงานอย่างมีกลยุทธ์ และไว้ใจให้ลูกทีมแต่ละคนได้โชว์ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่


ติดอาวุธให้กับตัวคุณด้วยการสร้างภาวะผู้นำ 

การที่คุณจะบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ ในสายงานเทคได้นั้น คุณจำเป็นที่จะต้องมีทักษะความสามารถที่หลากหลายนอกเหนือจากวิชาความรู้เชิงเทคนิคที่มี ซึ่งทักษะต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณควรไปลับคมเพิ่มเติม:

การบริหารจัดการโครงการ: คุณจำเป็นที่จะต้องเข้าใจขั้นตอนและกระบวนการทั้งหมดของแต่ละโปรเจกต์ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงปิดโครงการว่าเป็นอย่างไร เพื่อที่คุณจะได้มอบหมายงานให้ตรงกับบทบาทหน้าที่ของคนในทีม และเพื่อให้แต่ละโปรเจกต์สามารถดำเนินไปตามแผนที่วางไว้อย่างราบรื่น 

การแก้ไขข้อขัดแย้ง: ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการทำงาน เรียนรู้ที่จะไกล่เกลี่ยความไม่ลงรอยกันอย่างยุติธรรม และค้นหาแนวทางแก้ไขที่เป็นประโยชน์ต่อทีม เพื่อหลีกเลี่ยงบรรยากาศและความรู้สึกไม่ดีที่อาจเกิดขึ้นได้ภายในทีม 

การบริหารผลการปฏิบัติงาน: คอยให้ข้อเสนอแนะอย่างสม่ำเสมอ ระบุจุดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข และคอยวางแผนว่าจะพัฒนาสมาชิกในทีมของคุณให้ดีขึ้นอย่างไร รวมถึงต้องมีการประเมินและวัดผลอย่างเหมาะสมให้กับทุกคน

การให้คำปรึกษา: แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ของคุณ ให้คำแนะนำสมาชิกในทีมเพื่อช่วยให้พวกเขาเติบโตในเส้นทางอาชีพ รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาที่ดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องใดก็ตาม

เตรียมตัวก่อนก้าวสู่ตำแหน่งใหม่ 

ถ้าหากคุณยังมีความกังวลต่อภาระหน้าที่ที่คุณต้องรับผิดชอบมากขึ้น หรือกังวลว่าคุณจะสามารถบริหารจัดการคนในทีมได้ดีแค่ไหน เรายังมีคำแนะนำให้กับคุณเพื่อเตรียมตัวก่อนที่จะก้าวสู่ตำแหน่งงานใหม่ ลองอ่านดูว่ามีอะไรอีกบ้าง:

สอบถามผู้มีประสบการณ์: ลองคุยกับผู้จัดการหรือคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานตำแหน่งนี้มาก่อนเพื่อรับฟังคำแนะนำในเรื่องต่าง ๆ คุณจะได้แง่คิดหรือวิธีการดี ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับกับการทำงานของคุณได้อย่างแน่นอน

เข้าร่วมหลักสูตรสร้างเสริมความเป็นผู้นำ: เพิ่มทักษะให้ตัวเองด้วยการเข้าร่วมหลักสูตรหรือเวิร์กช็อปที่เน้นเรื่องการเป็นผู้นำ การสื่อสาร และการบริหารจัดการคน ซึ่งถ้าแค่นี้ยังไม่พอ ยังมีคอร์สอีกมากมายที่จะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำขึ้นไปได้อีก เช่น คอร์สฝึกการพูดในที่สาธารณะ หรือคอร์สเกี่ยวกับจิตวิทยา เป็นต้น

 

การเปลี่ยนผ่านจากตำแหน่งงานปัจจุบันไปสู่ระดับ Management Level การเป็นกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไม่สิ้นสุด ซึ่งจะช่วยให้คุณได้พบกับความท้าทายใหม่ ๆ และทำให้คุณเติบโตในหน้าที่การงานไปอีกขั้น ที่สำคัญที่สุดคือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมของคุณได้บรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x