วิธีง่าย ๆ ที่จะเพิ่ม Work-life Balance ในยุคนี้!
เมื่อเราก้าวเข้าสู่ปี 2023 ความสำคัญของความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานได้ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม ในโลกปัจจุบันที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว พบว่าเป็นเรื่องยากมากขึ้นในการจัดการกับความต้องการในการทำงาน โดยจำเป็นต้องรักษาชีวิตส่วนตัวให้แข็งแรง อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีใหม่ รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป และความตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ตอนนี้สามารถสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิตได้
แนวคิดเรื่องสมดุลชีวิตและการทำงานไม่ใช่เรื่องใหม่ ในความเป็นจริงมีมาหลายปีแล้ว แต่ความสำคัญของมันมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา การระบาดใหญ่ของ COVID-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในวิธีที่ผู้คนทำงานและโต้ตอบกัน การระบาดใหญ่ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลตัวเองทั้งทางร่างกายและจิตใจ
และในการที่จะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรับการเปลี่ยนแปรง นี่คือสิ่งที่ทาง HR สามารถทำได้เพื่อสร้าง Work-Life Balance ที่ดีให้กับพนักงานในบริษัท!
1. Remote Work
การทำงานแบบ Remote Work เป็นสิ่งที่เติบโตขึ้นอย่างมากในยุคของ COVID-19 และเป็นสิ่งที่พนักงานต่าง ๆ มองหาในการทำงานอีกด้วย เพราะด้วยการทำงานแบบ Remote Work จะช่วยให้พนักงานไม่ต้องใช้เวลาในการเดินทางเพื่อเข้าออฟฟิศ ในช่วงเวลาที่ทุก ๆ คนต้องแย่งกันใช้ท้องถนน นอกจากนั้น พนักงานยังสามารถเลือกเวลาทำงานและสถานที่ทำงานที่เหมาะกับการทำงานของคนนั้น ๆ อีกด้วย หลาย ๆ บริษัทหันมาให้พนักงานมีการทำ Remote Work มากขึ้นให้พนักงานได้จัดตารางชีวิตของตัวเองที่เหมาะสมที่สุด และนี่ยังทำให้พนักงานทำงานได้อย่างเต็มที่อีกด้วย
2. Flexible Hours
สิ่งนี้มีความคล้ายกับการทำงานแบบ Remote Work แต่อาจจะไม่เหมือนกันโดยทีเดียว เพราะการทำงานแบบ Flexible Hours คือการที่พนักงานสามารถเข้าออฟฟิศในเวลาที่เลือกเอง โดยอาจจะเป็นการเข้าออฟฟิศที่ช้าลงเพื่อหลีกเลี่ยงรถติด หรือช่วงเวลา Rush Hours หรือจะเป็นการเข้าออฟฟิศก่อนเวลาเข้างาน เพื่อจะได้มานั่งทำงานในที่เงียบ ๆ เหมาะกับการใช้ความคิด พนักงานสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าในช่วงไหนที่จะเหมาะกับการทำงานของตัวพนักงานเอง ในทุกวันนี้ หลาย ๆ บริษัทเริ่มให้พนักงานทำงานแบบ Flexible Hours แต่ก็จะแตกต่างออกไปในแต่ละที่
3. ใช้ Technology เข้ามาช่วยมากขึ้น
ที่ผ่านมาในยุค COVID-19 เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทที่ใหญ่มากในการทำงานของบริษัทหลาย ๆ ที่ หรือไม่ก็เกือบทุกบริษัทเลย! ซึ่งการใช้เทคโนโลยีในการทำงานช่วยให้พนักงานจัดการงานได้ดีมากขึ้น จากการที่ต้องเข้าออฟฟิศเพื่อประชุม พนักงานสามารถประชุมโดยการใช้ Video Conference หรือจะเป็รโปรเกรมต่าง ๆ ที่ช่วยให้พนักงานจัดการงาน และสื่อสารกับคนในทีมได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากที่จะช่วยในเรื่องของการสื่อสารง่ายขึ้น การใช้เทคโนโลยีก็เข้ามาช่วยในเรื่องของการจัดลำดับความสำคัญของงานอีกด้วย ทำให้พนักงานมีความตึงเครียดที่ลดลง และทำงานได้อย่างสบายใจ
4. Mental Health Care
อีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญมากขึ้นในปี 2023 สำหรับทางบริษัทและพนักงานคือการดูแล Mental Health และ Well-being ของพนักงานภายในบริษัท นายจ้างเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการสนับสนุนสุขภาพร่างกายและจิตใจของพนักงาน ซึ่งรวมถึงการเสนอโปรแกรมเพื่อสุขภาพ การสนับสนุนด้านสุขภาพจิต และการส่งเสริมนิสัยการทำงานที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การหยุดพัก ฝึกสติ และตัดขาดจากการทำงานนอกเวลาทำงาน
แม้ว่าจะไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับทุกวิธีในการบรรลุความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน แต่ก็มีหลายขั้นตอนที่แต่ละคนสามารถทำได้เพื่อจัดการเวลาให้ดีขึ้นและจัดลำดับความสำคัญของชีวิตส่วนตัว ซึ่งรวมถึงการตั้งเป้าหมายที่เป็นจริง จัดลำดับความสำคัญของงาน หยุดพักเป็นประจำ ฝึกสติ และตัดขาดจากงานนอกเวลาทำงาน
และหากคุณกำลังอยากจะสร้างทีมที่เหมาะสำหรับกับบริษัทของคุณ ไว้ใจให้ทาง GetLinks ช่วยสร้างทีมและหาคนที่เหมาะมาร่วมงานกับคุณได้เลย! สามารถติดต่อเราได้ทุกช่องทางเลยครับ