Gen Z vs Millennials: ความแตกต่างที่ HR ต้องรู้ เพื่อแก้ปัญหาพนักงานลาออกบ่อย
ในยุคที่องค์กรต้องเผชิญกับปัญหา พนักงานลาออกบ่อย โดยเฉพาะในช่วงทดลองงาน (Probation Period) การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Gen Z และ Millennials จึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรได้นานขึ้น ซึ่งหลายบริษัทอาจไม่ได้มีปัญหาในการสรรหาพนักงาน แต่การทำให้พวกเขาอยากอยู่ต่อคือเรื่องที่ท้าทายกว่า บทความนี้จะช่วยให้ HR เข้าใจแนวคิดและแรงจูงใจของพนักงานแต่ละเจน เพื่อปรับกลยุทธ์บริหารคนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทำความรู้จัก Gen Z และ Millennials
Gen Z (เกิดปี 1997-2012) – เจเนอเรชันดิจิทัล
🔹 Gen Z เติบโตมากับอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย
🔹 คุ้นเคยกับการทำงานที่ยืดหยุ่น เช่น Remote Work และ Hybrid Work
🔹 ให้ความสำคัญกับการทำงานที่มีความหมาย และต้องการเห็นผลกระทบของงานที่ทำ
🔹 คาดหวังความก้าวหน้าที่รวดเร็ว และมองหาการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง
🔹 ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและ Work-life Balance
Millennials (เกิดปี 1981-1996) – เจเนอเรชันเปลี่ยนผ่าน
🔹 เป็นรุ่นแรกที่เติบโตมากับเทคโนโลยี แต่ยังทันยุคที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต
🔹 ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและเส้นทางการเติบโตในอาชีพ
🔹 คาดหวังวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและการสื่อสารที่โปร่งใส
🔹 มองหาสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว แต่ยังให้ความสำคัญกับความก้าวหน้า
🔹 ชอบการทำงานที่มีโครงสร้างชัดเจน และการยอมรับจากหัวหน้างาน
ความต่างของ Gen Z และ Millennials ที่อาจเป็นเหตุให้พนักงานลาออก
เคสตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง
🔹 “ทำไมต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน ?” – พนักงาน Gen Z ลาออกหลังผ่านโปรเพราะไม่ชอบการทำงานออฟฟิศแบบเต็มเวลา เนื่องจากบริษัทไม่ได้มีนโยบายการทำงานแบบ Hybrid หรือ Remote ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาคาดหวัง
🔹 “ไม่มีใครมาสอนงานเลย” – Gen Z มักรู้สึกว่าบริษัทไม่ให้คำแนะนำที่ชัดเจน พวกเขาต้องการการโค้ชหรือพี่เลี้ยงที่ช่วยให้พวกเขาเติบโตเร็วขึ้น หากต้องเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง พวกเขาอาจเลือกลาออกไปหาที่ใหม่ที่มีโครงสร้างในการพัฒนาอาชีพที่ดีกว่า
🔹 “หัวหน้าต้องเช็กงานทุกอย่าง ทำไมไม่เชื่อใจเรา ?” – Millennials ที่อยู่ในช่วงกลางของอาชีพการทำงานต้องการอิสระในการทำงานและการตัดสินใจ หากต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีความยืดหยุ่น ก็อาจทำให้พวกเขาตัดสินใจลาออก
🔹 “ไม่มีเส้นทางเติบโตที่ชัดเจน” – Millennials หลายคนให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาชีพ หากพวกเขารู้สึกว่าไม่มีโอกาสเลื่อนตำแหน่งหรือขาดการพัฒนา ก็มีแนวโน้มสูงที่จะเปลี่ยนงาน
Gen Z vs. Millennials: ทำไมพวกเขาถึงลาออก ?
ขอบคุณข้อมูลภาพจาก: Marketingoops
Gen Z – “ต้องการงานที่มีความหมาย”
✅ ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมที่สอดคล้องกับตัวเอง
✅ ต้องการโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาอย่างรวดเร็ว
✅ ชอบความยืดหยุ่นในการทำงาน เช่น Work from Anywhere
✅ ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและสมดุลชีวิตการทำงาน
✅ ไม่ทนอยู่ในองค์กรที่ไม่มีอนาคต หรือไม่มี Impact ต่อสังคม
🔴 หากไม่ตอบโจทย์ด้านต่าง ๆ เหล่านี้ Gen Z จะตัดสินใจลาออกอย่างรวดเร็ว เพราะเชื่อว่ามีที่อื่นที่ดีกว่า
Millennials – “ต้องการความมั่นคงและความก้าวหน้า”
✅ ต้องการความก้าวหน้าในอาชีพที่ชัดเจน
✅ ให้ความสำคัญกับการมี Work-life Balance
✅ ต้องการการสื่อสารที่เปิดกว้างจากองค์กร
✅ คาดหวังสวัสดิการที่เหมาะสม เช่น ประกันสุขภาพ โบนัส
✅ ต้องการได้รับการยอมรับจากหัวหน้างาน
🔴 Millennials อาจไม่ได้ตัดสินใจลาออกเร็วเท่า Gen Z แต่หากพวกเขารู้สึกว่าไม่มีโอกาสก้าวหน้า ก็จะเริ่มมองหาที่ใหม่ทันที
กลยุทธ์ที่ HR ควรใช้เพื่อลดอัตราการลาออกของพนักงาน
1. ปรับวัฒนธรรมองค์กรให้เหมาะกับทุกเจเนอเรชัน
สร้างวัฒนธรรมที่ยืดหยุ่น เปิดกว้าง และให้ความสำคัญกับความหลากหลาย เปิดโอกาสให้พนักงานทุกวัยแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร สนับสนุน Work-life Balance เพื่อลดความเครียดและสร้างความพึงพอใจในการทำงาน
2. ออกแบบเส้นทางอาชีพ (Career Path) ให้ชัดเจน
วางแผนการเติบโตในสายอาชีพ และสื่อสารให้พนักงานเห็นภาพอนาคตของตัวเองในองค์กร จัดโปรแกรม Mentorship หรือ Coaching เพื่อช่วยให้พนักงานพัฒนาอย่างมีทิศทาง มีระบบประเมินผลที่เป็นธรรม และให้โอกาสเลื่อนตำแหน่งตามความสามารถ
3. ปรับปรุงสวัสดิการให้ตรงกับความต้องการของพนักงาน
เสนอ Flexible Benefits เช่น ทำงานที่บ้าน, Wellness Program, Learning Budget ปรับปรุงค่าตอบแทนและสวัสดิการให้สามารถแข่งขันกับตลาดได้ ให้รางวัลและโบนัสตามผลงานเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน
4. สร้างระบบ Onboarding และ Training ที่มีประสิทธิภาพ
อีกเหตุผลที่พนักงานลาออกในช่วงทดลองงาน เกิดจากการ Onboard ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับพนักงานตั้งแต่วันแรก ควรมี Onboarding Program ที่ชัดเจน อบรมทักษะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงาน และให้พนักงานมีโอกาสเรียนรู้เพิ่มเติม รวมถึงใช้ ระบบบัดดี้ หรือ ระบบพี่เลี้ยง เพื่อให้พนักงานใหม่ปรับตัวได้ง่ายขึ้น
5. พัฒนาแนวทางการสื่อสารและการบริหารทีมที่เหมาะสม
ใช้ Feedback Culture เปิดโอกาสให้พนักงานแสดงความคิดเห็นและปรับปรุงการทำงานร่วมกัน
ฝึกอบรมหัวหน้างานให้เข้าใจและสามารถบริหารทีมที่มีคนหลากหลายเจเนอเรชันได้ จัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในทีม เช่น Team Building หรือ Workshop แลกเปลี่ยนไอเดีย
สรุป
HR ที่ต้องการลดปัญหา พนักงานลาออกบ่อย ควรเข้าใจว่า Gen Z และ Millennials มีความต้องการที่แตกต่างกัน จึงควรนำกลยุทธ์ที่เหมาะสมมาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานทั้งสองเจเนอเรชันอย่างครอบคลุม และหากต้องการความช่วยเหลือในการคัดสรรพนักงานที่เหมาะสมกับองค์กร GetLinks เป็น บริษัทจัดหางาน ที่มีเครือข่ายกว้างขวาง และสามารถช่วยคุณหาพนักงานที่มีคุณภาพ พร้อมให้คำแนะนำในการรักษาพนักงานให้ทำงานกับองค์กรของคุณได้นานขึ้น
บทความที่เกี่ยวข้องที่คุณอาจสนใจ:
- GetLinks Thailand Salary Guide 2024: รวมอัตราเงินเดือนจากบริษัทชั้นนำทั่วเอเชีย
- ยุคใหม่การสรรหา: เคล็ดลับคว้าใจคนเก่ง ปี 2568
- ก้าวแรกสู่ความสำเร็จ สร้างแบรนด์นายจ้างสุดปัง ปี 2568
- ทริคให้บริษัทของคุณได้เชื่อมต่อสร้างความสัมพันธ์กับผนักงาน
- The Ultimate HR & Recruitment Combo: GetLinks และ empeo – ทางออกของทุกความท้าทายด้าน HR
👉 สนใจบริการของเราใช่ไหม ? ติดต่อ GetLinks เพื่อรับคำปรึกษาฟรี !